บาทแข็งซํ้าเติมเศรษฐกิจทุบส่งออกทรุด

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 19 มิ.ย. 2562 08:36:57 น. เข้าชม 29 ครั้ง แจ้งลบ

บาทแข็งซํ้าเติมเศรษฐกิจทุบส่งออกทรุด ☰กดไลค์หรือแชร์ เรื่องนี้ให้เพื่อนรู้ >>>  รับทำเว็บโรงเรียน 3900 ใช้งานได้เลย  

บาทแข็งซํ้าเติมเศรษฐกิจทุบส่งออกทรุด

บาทแข็งซํ้าเติมเศรษฐกิจทุบส่งออกทรุด

ดอลลาร์อ่อนค่าหนุนเฟดปรับลดดอกเบี้ยปลายเดือนก.ค. ลุ้นรัฐบาลออก “มาตรการประคองเศรษฐกิจกระตุ้นกำลังซื้อคนชั้นกลาง-กลุ่มลูกจ้าง” แนะรัฐเอกชนร่วมสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รับมือปัจจัยต่างประเทศดรอป “ส่งออกทรุด-สงครามการค้าขยายวงและยืดเยื้อ”

 

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเร็วๆนี้ เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อและรับมือกับการเผชิญความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจขาลง ประกอบกับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯขยายตัวน้อยกว่าคาด จึงคาดว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากปัจจุบัน 2.25-2.50%ต่อปี ในการประชุมวันที่ 18-19 มิถุนายนนี้ 

ส่วนเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ระบุว่า ขยายตัวดีขึ้นจากเดือนมีนาคมจากอุปสงค์ในประเทศ ขณะที่บัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลสุทธิ ทั้งด้านสินทรัพย์และหนี้สินโดยสินทรัพย์ไหลออกสุทธิ 1,196 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนหนี้สินไหลออกสุทธิ 536 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรวมตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนเมษายน สินทรัพย์ไหลออกสุทธิ 6,070 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ และหนี้สินไหลเข้า 178 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เฟดมีโอกาสยืนดอกเบี้ยในรอบประชุมดังกล่าว แต่เชื่อว่าจะใช้โอกาสนี้ส่งสัญญาณว่า เฟดมีความพร้อมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปลายเดือนกรกฎาคม 2562 เพื่อประคองเศรษฐกิจ โดยอาจลดลง 0.25% ไม่จำเป็นต้องปรับลดลงมากตามตลาด เพราะตัวเลขภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯไม่แย่มาก ยังมีการจ้างงานต่อเนื่อง

ส่วนคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ของไทยยังมีโจทย์เรื่องเสถียรภาพจากความเปราะบางหลายเรื่องจากการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยตํ่าและโจทย์ของรัฐบาลใหม่ ดังนั้นกนง.จะไม่รีบทำอะไร โดยยืนดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.75% ต่อปีในการประชุมวันที่ 26 มิถุนายนนี้ และรัฐบาลใหม่มีโอกาสที่จะใช้นโยบายการคลังมากกว่านโยบายทางการเงิน 

 

 
 
 

 

 

นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ปีนี้ไม่น่าจะเห็นเฟดปรับลดดอกเบี้ยลงเพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯเพิ่งส่งสัญญาณทรงตัวยังไม่ปรับตัวชะลออย่างชัดเจน และกนง.ไม่จำเป็นต้องตอบสนองในเร็ววัน โดยมองว่า กนง.ยังคงยืนดอกเบี้ยนโยบายทั้งปีนี้และปีหน้า เพราะจะเป็นเรื่องให้บริษัทที่ประสบปัญหาสามารถเข้าถึงแหล่งทุนภายใต้กรอบความเสี่ยงที่เหมาะสม 

สมประวิณ มันประเสริฐ

“ช่วงที่เหลือนโยบายการคลังจะมีบทบาทสำคัญที่จะต้องทำใน 2 ส่วนคือ ประคองและและขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภายในประเทศ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศขยายวงกว้างขึ้น เช่น มาตรการช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มชนชั้นกลางหรือ กลุ่มลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบน้อย แต่อย่าใช้มาตรการที่เป็นภาระผูกพันระยะยาว หรือสร้างความไม่มีเสถียรภาพ เพราะหนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังมีความเสี่ยงทั้งสงครามการค้าที่ยืดเยื้อแรงส่งหลักปีนี้ยังเป็นการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุน ซึ่งถ้าสามารถเร่ง 2 ตัวนี้ก็จะช่วยให้ความเชื่อมั่นกลับมาดีขึ้น”

นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคาร ทหารไทยกล่าวว่า ทิศทางเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าต่อจากแนวโน้มเงินทุนไหลกลับสู่ภูมิภาคนี้ โดยที่เงินบาทแข็งค่า 3.9% เป็นอันดับ1 นำสกุลเงินเปโซฟิลิปปินส์ที่แข็งค่า 1.7% เยนแข็งค่า 1% ขณะสกุลเงินวอนเกาหลีอ่อนค่าลง 5.6% ดอลลาร์ไต้หวันอ่อนค่า 2% และริงกิตมาเลเซียอ่อนค่าลง 0.8%

“ที่อันตรายคือ เงินบาทกระโดดแข็งค่าสูงสุด โดยแข็งกว่า ริงกิต 5% จะกระทบการค้าชายแดนและสินค้าที่แข่งขันกับมาเลเซีย และหากภาคท่องเที่ยวดีต่อเนื่องจะกดดันเงินบาทแข็งค่าต่อ ซึ่งเม็ดเงินรายได้จากนักท่อง เที่ยวและเงินทุนไหลเข้ามาอีก หนีไม่พ้นธปท.ต้องดูแล แต่ทำได้ไม่มาก เพราะหากทุนสำรองเพิ่มสูงจะเข้าข่ายแทรกแซงค่าเงิน ขณะที่แนวโน้มเงินทุนไหลเข้าเร่งตัวขึ้น เฉพาะเดือนมิถุนายนนักลงทุนต่างชาติเข้าตลาดหุ้น 1.3 หมื่นล้านบาทและพันธบัตร 4.8 หมื่นล้านบาท” 

ด้านนายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจและการเมืองกล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังเป็นเศรษฐกิจขาลง หลังจาก 5 เดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจและการใช้จ่ายทั้งภายในและต่างประเทศขยับตัวช้า โดยเฉพาะภาคส่งออกติดลบมาต่อเนื่อง จึงเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลใหม่ที่จะต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่ค้างอยู่หลายแสนล้านบาท เพื่อชดเชยการส่งออกและต้องดูแลอย่าเปิดให้มีกิจกรรมนอกสภา นำนโยบายพรรคร่วมบริหารประเทศและแก้ไขโครงสร้างบางส่วน และใช้โอกาสที่ไทยเป็นประธานอาเซียนประสานประเทศในภูมิภาคเพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน 

ข่าวด่วน ข่าวรอบโลก หวย ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวกีฬา สมัครผู้สื่อข่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นวันนี้

facebook
https://www.facebook.com/ajdon.co/