จับคาโรงแรมเกาะพะงัน! สาวอ้างนามสกุลดังบิ๊กตร. ตุ๋นเหยื่อ สูญกว่าล้านบาท

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 29 พ.ย. 2561 06:19:28 น. เข้าชม 39 ครั้ง แจ้งลบ

จับคาโรงแรมเกาะพะงัน! สาวอ้างนามสกุลดังบิ๊กตร. ตุ๋นเหยื่อ สูญกว่าล้านบาท ☰กดไลค์หรือแชร์ เรื่องนี้ให้เพื่อนรู้ >>>  รับทำเว็บโรงเรียน 3900 ใช้งานได้เลย  

จับคาโรงแรมเกาะพะงัน! สาวอ้างนามสกุลดังบิ๊กตร. ตุ๋นเหยื่อ สูญกว่าล้านบาท

กองปราบ บุกโรงแรมดังเกาะพะงัน รวบสาวอ้างนามสกุลดัง​ ตุ๋นเหยื่อ เล่นหุ้นต่างประเทศ ก่อนเชิดเงินหนี​ เสียหายกว่าล้านบาท ​เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา ตำรวจเช็กประวัติพบมีหมายจับติดตัวอีก 2 หมาย 

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป.รรท ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัว น.ส.อัญธิกา แก้วศรีสุข อายุ 27 ปี ชาวจ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2678/2561 ลงวันที่ 27 พ.ย. 2561 ข้อหา “ฉ้อโกง โดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน” โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา บริเวณหน้าโรงแรมเอเชีย ม.1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

สืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.อัญธิกา ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความและภาพว่า ได้ลงทุนในกองทุนและหุ้นต่างประเทศได้กำไรมาก และเชิญชวนให้ผู้อื่นนำเงินมาฝากลงทุน โดยจะจัดแบ่งกำไรให้ จากนั้นผู้เสียหายได้ติดต่อกับน.ส.อัญธิกา ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ และกล่องข้อความในเฟซบุ๊ก

ต่อมา น.ส.อัญธิกา อ้างว่าเป็นญาติกับผู้ใหญ่ในประเทศไทย อ้างตนว่ามีนามสกุล “พุ่มพันธุ์ม่วง” ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินให้น.ส.อัญธิกาจำนวนหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,270,000 บาท ภายหลังจากโอนเงินครั้งสุดท้าย ผู้เสียหายรู้สึกผิดปกติ จึงติดต่อผู้ต้องหาเพื่อขอเงินคืน แต่ผู้ต้องหาแจ้งว่าไม่สามารถถอนเงินคืนได้ จากนั้น น.ส.อัญธิกาได้ปิดการติดต่อ ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้ จึงรู้ว่าถูกหลอกลวงและเข้าแจ้งความที่สน.ลาดพร้าว

กระทั่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับต่อศาลอาญา ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหา จนทราบว่าหลบหนีมากบดานอยู่ที่เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบและสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหามีหมายจับติดตัวอีก 2 หมาย โดยมีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน คือ 1.หมายจับศาลแขวงเชียงใหม่ ที่ 350/2560 ลงวันที่ 27 ก.ค.2560 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” และ 2.หมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 335/2561 ลง 24 ก.ค. 2561 ข้อหา “ฉ้อโกงผู้อื่น” ทั้งนี้ ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ข่าวด่วน ข่าวรอบโลก หวย ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวกีฬา สมัครผู้สื่อข่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นวันนี้

facebook
https://www.facebook.com/ajdon.co/